มาต่อจากคราวที่แล้วนะครับ คราวที่แล้วเราพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับไขมันไปแล้ว วันนี้ผมจะมาพูดถึงเจ้าตัวร้ายอีก 2 ตัวที่เหลือกัน คือ โคเลสเตอรอลและเซลลูไลท์
โคเลสเตอรอล (Cholesterol)
ก็เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง บริเวณตับ และได้รับจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไป โคเลสเตอรอลจึงมีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย เช่น เป็นส่วนประกอบของเซลล์ประสาทและสมอง ช่วยสร้างฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชาย สร้างน้ำดีในระบบทางเดินอาหารเพื่อช่วยการย่อยอาหารประเภทไขมัน ช่วยเปลี่ยนพลังงานแสงแดดให้เป็นวิตามินดีได้
แต่หากบริโภคไขมันอิ่มตัวมากเกินไป เจ้าไขมันชนิดนี้ก็จะไปกระตุ้นให้ตับสร้างโคเลสเตอรอลชนิด LDL ซึ่งเป็นโทษต่อร่างกาย ถ้ายิ่งมีมาก ร่างกายขับทิ้งไม่ไหว ก็จะไปตกค้างอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้ระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือดเสื่อนโทรมเป็นผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตจากโรคเส้นเลือดหัวใจ ทั้งลดสมรรถนะการบำบัดโรคของร่างกาย และอาจจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า คนที่มีระดับโคเลสเตอรอลสูงมาก จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคความจำเสื่อมได้
โคเลสเตอรอลนั้นจะมีมากในไขมันสัตว์ จึงควรระวังไม่ให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงเกิน 200 มก./ดล. ใครที่ชื่นชอบกินไข่นกกระทา ไข่แดงของไข่ไก่หรือไข่เป็ด ปลาหมึกใหญ่ หรือ สมองสัตว์ ควรที่จะระวังให้ดีเพราะอาหารเหล่านี้มีปริมาณของโคเลสเตอรอลสูงมากต่อปริมาณอาหาร 100 กรัม
รู้ผลของโคเลสเตอรอลกันแล้ว...รีบมาปรับเปลี่ยนพฟติกรรมการกินของตัวเองให้ห่างไกลจากโรคกันดีกว่านะครับ
เซลลูไลท์
คือไขมันชนิดหนึ่ง จากการสำรวจพบว่าผู้หญิงกว่า 95% มีปัญหาเกี่ยวกับเซลลูไลท์ ไม่ว่าจะผอมหรืออ้วนก็มีปัญหากันทั้งนั้น เพราะการเกิดเซลลูไลท์สัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศหญิงโดยเฉพาะ ซึ่งเพศชายไม่ว่าจะอ้วนหรือผอมก็ตาม จึงไม่ค่อยมีปัญหากับเจ้าตัวนี้เท่าใดนัก
เซลลูไลท์จะเรียงกันอยู่ในเนื้อเยื่อที่คล้ายกับตาข่าย และดีเอ็นเอจะเป็นตัวกำหนดว่าระยะห่างระหว่างช่องของตาข่ายเหล่านี้จะกว้างแค่ไหน ถ้าช่องยิ่งกว้างก็ยิ่งทำให้เซลลูไลท์รวมตัวกันมากขึ้นเท่านั้น และโครงสร้างตาข่ายนี้เองจะเป็นตัวทำให้ผิวหนังเกิดเป็นรอยขรุขระคล้ายเปลือกส้ม ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณผิวหนังตามร่างกายโดยพบมากบริเวณท้อง ต้นขา หัวเข่า และสะโพกในปริมาณ 5-20% ของน้ำหนักตัว เพราะเซลล์ไขมันในชั้นใต้ผิวหนังมีการสะสมไขมันมากจนเกินไป ทำให้เซลล์ไขมันขยายใหญ่ขึ้น คนผอมอาจจะมีเจ้าตัวนี้น้อยกว่าเพราะไขมันน้อยกว่า แต่บางครั้งการลดน้ำหนักมากๆ ก็อาจทำให้เห็นรอยเปลือกส้มบนผิวหนังชัดขึ้นได้เหมือนกัน การออกกำลังกายเท่านั้นที่จะขจัดตัวการนี้ให้พ้นไปได้
ดังนั้นไม่ว่าตัวคุณจะอ้วนหรือผอมก็มีเซลลูไลท์ได้ หากไม่ออกกำลังกายและโครงสร้างตาข่ายของผิวเอื้อให้เกิดเซลลูไลท์
การเกิดเซลลูไลท์ยังมีผลสือเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น การกินอาหารที่มีไขมันมากเกินไป ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ ความเครียด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้คอลลาเจนและอีลาสตินทำงานผิดปกติ ผิวหนังจึงอ่อนล้าขาดความยืดหยุ่น ขณะที่เซลล์ไขมันเกิดการขยายตัว ทำให้ผิวมีลักษณะเป็นคลื่นได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น